karatenomiti
karatenomiti
karatenomiti

หลักสูตรการเรียนการสอนแบบ

พื้นฐานคาราเต้

          คาราเต้นั้นถือได้ว่าเป็นสุดยอดวิชาศิลปะการต่อสู้ประชิดที่ชาวประเทศญี่ปุ่นนั้นให้ความสนใจอย่างมากและถือว่าเป็นประเทศที่มีการเรียนการฝึกการสอนวิชาคาราเต้อีกด้วยและได้ถูกถ่ายทอดมายังคนในประเทศไทยซึ่งส่วนมากจะเริ่มสอนกันตั่งแต่เด็กๆ  เพราะจะได้เรียนรู้ตั่งแต่ขั้นพื้นฐานและขั้นสุดยอด

หลักสูตรคาราเต้มี 5 ขั้นตอน

ขั้นพื้นฐาน 1

ขั้นที่ 1 นั้นโดยหลักๆ แล้วจะเป็นการสอนการเดินการยืนการเคลื่อนที่ปัดป้องรวมไปถึงพื้นฐานการโจมตีพื้นฐานการเข้าคู่และเทคนิคต่างๆ

ขั้นพื้นฐาน 2

ขั้นที่ 2 พื้นฐานการเข้าโจมตีคู่ต่อสู้แบบ KIHON 1 และการปัดป้องการโจมตีแบบ KIHON 2 การโจมตีผสมการป้องกันตัวเองแบบ KIHON 3

ขั้นพื้นฐาน 3 ระดับสูง

ขั้นที่ 3 การเข้าคู่แบบ KIHON 1 การป้องกันแบบ KIHON 1 ผสมกับการโจมตี KIHON 2 และขั้นสุดท้ายแบบระดับสูงจะมีท่ารำที่เรียกว่า KATA หรือจะเรียกว่าท่าเสริมพลังทางกายภาพก็ได้ และการโจมตีกับป้องกัน

ขั้นสูง

ขั้นสูง นั้นจะเป็นการรวมเอาพื้นฐานของทั้ง 3 ทั้งหมดมาไว้ด้วยกันแล้วก็ฝึกออกมาแบบ KIHON 1 KIHON 2 KIHON 3 โดยจะแบ่งกระบวนท่าการฝึกเป็น การเข้าคู่ การโจมตี การป้องกันการปัดป้อง ขั้นสูง

ขั้นอาจารย์

ขั้นอาจารย์ นั้นจะเป็นขั้นความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคาราเต้ขั้นสูงที่สามารถสอนหรือกระจายความรู้ได้ไม่ว่าจะเป็นท่ารำ และสามารถอธิบายความหมายของท่ารำได้ และการประยุกต์ใช้อย่างถูกต้องตามหลักของคาราเต้ และสุดท้ายนั่นก็คือทักษะการเผยแพร่ขั้นสูงที่จะต้องเอากระบวนท่าไม่ว่าจะเป็น ขั้นพื้นฐาน 1 ขั้นพื้นฐาน 2 ขั้นพื้นฐาน 3 หรือ ขั้นสูง ต้องมาเผยแพร่ใช้อย่างถูกต้องถูกวิธีตามหลักของคาราเต้ เพื่อไม่ให้ศิลปะป้องกันตัวระยะประชิดใช้ในการต่อสู้แบบผิดหลักคาราเต้

karatenomiti
karatenomiti
karatenomiti
karatenomiti
karatenomiti
karatenomiti

คาราเต้ กฎของการฝึกศิลปะประเทศญี่ปุ่น

          ศิลปะการต่อสู้มีอยู่ด้วยกันหลายแบบหลายแขนงแล้วแต่ประเทศ ซึ่งประเทศไทยก็มีอยู่ด้วยกันชนิดที่เป็นศิลปะการต่อสู้ได้แก่ มวยไทย แต่ที่เราจะพูดกันในวันนี้ก็คือศิลปะการป้องกันตัวของประเทศญี่ปุ่นก็คือ คาราเต้ เป็นศิลปะที่ใช้ กำปั้น เท้า สันมือ นิ้ว ศอก สามารถใช้เป็นการต่อสู่ในคาราเต้ได้เช่นกันแต่รู้หรือไม่ว่า คาราเต้กฎของการฝึกศิลปะประเทศญี่ปุ่น โดยจะแบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ เซนเซ  แล้วก็ เซมไป

เซนเซ

เซนเซ หรือที่คนรู้จักกันในคำว่า อาจารย์ ต้องบอกก่อนเลยว่าอาจารย์คาราเต้นั้นเป็นที่เขาเคารพนับถือสูงสุดของหลักสูตรการต่อสู้ซึ่งชาวญี่ปุ่นนั้นมีความเชื่อว่าคนที่สอนเป็นเหมือนคนที่ให้ความรู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา ที่เรานั้นไม่สามารถจะดูหมิ่นหรือลบหลู่ได้ ถ้าหากใครดูหมิ่นหรือลบหลู่อาจารย์นั้นจะถือว่า ไม่มีความเคารพนับถือและจะไม่รับการเรียนการสอนอีกต่อไป

เซมไป

เซมไป หรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่า รุ่นพี่ ซึ่งในวิชาศิลปะการต่อสู้รองมาจากเซนเซนั่นก็คือเซมไปรุ่นพี่ถือว่าเป็นคนที่มอนรองลงมาจากอาจารย์ที่สามารถมาอบรมเด็กนักเรียนวิชาศิลปะคาราเต้ซึ่งคนที่จะสอนคนที่มาเรียนคาราเต้ได้นั้นต้องได้รับการการันตีจากเซนเซก่อนว่าสามารถสอนได้กับอาจารย์มาสอน

โดยวิชาคาราเต้นั้นถือได้ว่าเป็นที่สุดของศิลปะการต่อสู้ของประเทศญี่ปุ่นในด้านศิลปะอาวุธมือเปล่าที่สุดยอดเหมือนกับมวยไทยของประเทศไทยเราเลยก็ว่าได้ถ้าหากนำมาเทียบกันแล้วก็มีหลักการต่อสู้ที่คล้ายๆ กันในบางท่า และทุกวันนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายๆ ประเทศไม่ว่าจะเป็นทักษะทางด้านไหนก็ได้รับความนิยมเช่นกันซึ่งในตอนนี้ก็ถือได้ว่า เด็ก ผู้หญิงหรือผู้ก็เข้ามาเรียนหลักสูตรศิลปะการป้องกันการต่อสู้คาราเต้

 

karatenomiti

karatenomiti

karatenomiti

karatenomiti