3 เทคนิคด้วยสันมือ

http://www.karatenomiti.com

5 เทคนิคในการต่อสู้ด้วยสันมือของคาราเต้

การใช้สันมือในการปะทะกับเป้าหมาย ถือเป็นท่าป้องกันตัวชนิดหนึ่งของคาราเต้ เพื่อใช้ปัดอาวุธ หรือ ของมีคมต่าง ๆ ที่เข้าใกล้ตัวเรา โดยมีรูปแบบการใช้งานหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการใช้งานในสถานการณ์ใด หากใช้งานได้อย่างถูกต้องมันจะรุนแรงพอกับการกำหมัดต่อยเข้าไปตรง ๆ เพียงแต่ใช้พลังงานในร่างกายเราน้อยกว่า อีกทั้งยังไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อให้เมื่อยตลอดเวลา โดยในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ท่า หลัก ๆ ได้แก่

  1. Knife hand (ท่ามีดสับ)

การใช้ฝ่ามือด้านที่ตรงกันข้ามของนิ้วโป้ง สับไปยังเป้าหมายของเราเพื่อให้เกิดแรงกระแทก เรารู้จักกันอีกชื่อหนึ่งในภาษาอังกฤษคือ Karate chop เหมาะกับการใช้ในการปัดอาวุธ หรือ ของมีคมให้พ้นจากตัว หรือ การสับกระแทกกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของเป้าหมายให้เกิดอาการช้ำ และอ่อนล้า โดยเฉพาะต้นคอ และ ลำคอ สามารถใช้ทั้งในการบล็อคคู่ต่อสู้ และจู่โจมได้ในท่าเดียวกัน

  1. Ridge hand (ท่ากระทุ้ง)

เป็นการใช้ช่วงสันของนิ้วโป้งกระแทกเป้าหมาย เป็นการใช้ในทางตรงกันข้ามกับ Knife hand ที่ในปกติจะใช้อีกด้านของฝ่ามือ แต่การใช้ท่านี้จะต้องใช้แรงเหวี่ยงของลำตัวมากกว่า แต่แรงกระแทกจะมีมากกว่าการสับแบบธรรมดา แต่ในปัจจุบันนั้น ท่านี้ไม่ค่อยได้มีการใช้งานกันแล้ว เพราะการใช้ท่านี้ไม่เหมือนการสับเข้าไปตรง ๆ แต่ต้องอาศัยจังหวะ และเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น จึงจะใช้สำเร็จผล

  1. Spear hand (ท่าพุ่งหอก)

การใช้ท่านี้เหมือนกับการต่อยหมัดออกไป เพียงแต่แบมือออกให้เหมือนหอก หรือ ท่า Knife hand
ทำให้ช่วยเพิ่มระยะในการปะทะกับเป้าหมาย โดยเป้าส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ส่วนคอ หรือ ดวงตาของอีกฝ่าย
แต่ไม่เหมาะกับการเล็งเป้าหมายที่อยู่สูงออกไป เพราะอาจทำให้การประสานมือแตก จนไร้ประสิทธิภาพในการปะทะกับเป้าหมาย ถือเป็นเทคนิคขั้นสูงชนิดหนึ่ง เพราะต้องใช้งานให้ถูกต้อง และถูกเวลา

ด้วยความสามารถในการใช้สันมือนี้ เราสามารถใช้ท่าอื่น ๆ ในการผสมผสานการโจมตีอย่างต่อเนื่องได้ โดยสามารถใช้การสับ แล้วจับเป้าหมายทุ่มไปอีกด้านหนึ่งได้ หรือจะเป็นการจับล็อคเพื่อใช้ท่าเตะ และที่สำคัญอย่างหนึ่ง ในการที่เราจะใช้งานท่าแต่ละอย่างของคาราเต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดจากการฝึกและการวางท่าอย่างถูกต้อง ดังนั้นไม่ควรฝึกด้วยตนเองกับเพื่อน หรือบุคคลทั่วไป ที่ไม่มีทักษะในการต่อสู้มาก่อน ควรฝึกกับผู้เชี่ยวชาญตามโรงยิมต่าง ๆ เพื่อจะได้ให้ทักษะของเราได้พัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องด้วย

karatenomiti