Author: admin

karaterhaipic

คาราเต้ไทยคว้าทองแดงคาราเต้เอเชียที่อุซเบฯ

น่าเสียดายที่นักกีฬาคาราเต้ไทยไม่สามารถคว้าเหรียญทองให้กับไทยได้ ในงานแข่งขันคาราเต้ชิงแชมป์เอเชีย ที่จัดขึ้นในช่วงวันที่ 19-21 กันยาคม 2562 ที่ประเทศอุซเบกิสถาน โดยงานนี้เป็นความรว่มมือกันระหว่าง AFK กับ WKF เพื่อเป็นการเก็บคะแนนรอบคัดเลือกสำหรับเกมโอลิมปิกในญี่ปุ่นที่จะจัดขึ้นในปี 2020 อย่างไรก็ตามนักกีฬาของไทย “ธีรวัฒน์ คลังทอง” ถึงแม้ว่าจะพลาดแชมป์ไป ก็กลับมาทำผลงานได้และสามารถคว้าเหรียญทองแดงกลับมาให้ประเทศไทย สรุปแล้วผลงานของนักกีฬาคาราเต้ทีมชาติไทยที่ทำได้ดีสุด คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก “ธีรวัฒน์” เจ้าของฉายา “ยักษ์แม็ก” ซึ่งเป็นนักกีฬาในรุ่น 84 กก.ซึ่งสามารถเอาชนะรอบแรกกับ “คลาจานอฟ รัสราน” จนได้เข้าสู่รอบสองเพื่อไปเจอกับ “อัลมาดี้ ฟาฮัต” นักกีฬาจากประเทศอัฟกานิสถาน แต่น่าเสียดายที่พลาดท่าในรอบที่สามไปให้กับแชมป์ของญี่ปุ่น “คางาวะ ฮิเดโยชิ” ก่อนที่จะกลับมาชิงทำคะแนนกับผู้เล่นชาวจีน “จี ยู ชิง” ที่เขาสามารถเอาชนะมาได้แบบสบายๆ นอกจากผลงานของยักษ์แม็กแล้ว ก็ยังมีนักกีฬาคนอื่นที่สร้างผลงานไว้ไม่น้อยเช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ “ทรงวุฒิ หมุนแทน” หรือ “บอล” ที่เข้าไปแข่งในประเภทรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 75 กก. โดยบอลผ่านด่านรอบแรกด้วยการเอาชนะ “ลี กึน ชาน” จากประเทศเกาหลีมาได้

Continue Reading…

Karate kidneww

คาราเต้คิดหนังดังสำหรับผู้ที่ชื่นชอบคาราเต้

ศิลปะการต่อสู้กำลังกลับมาเป็นที่นิยมสำหรับยุคสมัยนี้ ซึ่งการต่อสู้ก็สามารถแบ่งแยกออกไปได้หลากหลายแขนง ซึ่งหนึ่งในศิลปะต่อสู้ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ ณ ขณะนี้ก็เห็นจะเป็นคาราเต้ ซึ่งกีฬาประเภทนี้ก็ได้รับอิทธิพลมาจากภาพยนตร์ที่โด่งดังอย่างเรื่อง คาราเต้คิด(karate kid)  ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มีกำหนดการเข้าฉายไปเมื่อ ปีค.ศ.2010 ที่ผ่านมา ซึ่งจากการเข้าฉายครั้งนั้นก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเกินคาดอีกทั้งภาพยนตร์เรื่องนี้ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ชื่นชอบศิลปะการป้องกันตัวได้อีกด้วย ซึ่งในบทความนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับภาพยนตร์เรื่องนี้ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร กว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ครองใจผู้ชมได้มากมายขนาดนี้ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง เฉินหลง(Jackie Chan) , เจเดน สมิธ(Jaden smith) ,ทาราจิ พี. เฮนสัน(Taraji P. Henson) มาร่วมงานแสดงในครั้งนี้เลย ขึ้นชื่อว่าเฉินหลงมาร่วมแสดงแล้วแน่นอนว่าต้องรับประกันความฮา ฉากบู๊อลังกาลสมจริงอย่างแน่นอน ซึ่งงานนี้ก็ได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่างฮารัล สจวร์ต มาร่วมสร้างสรรค์ภาพยนตร์ชิ้นนี้ด้วย ซึ่งเป็นผลงานสร้างจากภาพยนตร์เรื่องเดิมที่เข้าฉายเมื่อปี ค.ศ. 1984 ซึ่งในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มีทีมอำนวยการสร้างซึ่งหนึ่งในทีมอำนวยการสร้างก็คือ วิล สมิธ(Will Smith) คุณพ่อของผู้รับบทเดร ปาร์กเกอร์ ในเรื่องนี้นั่นเอง เรื่องราวจะเป็นเรื่องราวที่ดำเนินเรื่องให้คล้ายกับภาพยนตร์ชุดเดิมแต่จะมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มศิลปะการต่อสู้ด้วยคาราเต้ให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยยังคงความเป็นคาราเต้ไว้ได้อย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องราวก็จะเป็นเรื่องราวของเด็กที่ถูกรังแก และถูกช่วยเหลือไว้ได้โดยลุงท่านหนึ่งที่มีความรู้เกี่ยวกับศิลปะคาราเต้ ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดก็เกิดขึ้นจากตรงนี้นั่นทำให้เด็กหนุ่มอยากเดินทางเรียนรู้เพื่อศึกษาคาราเต้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งด้วยที่ตัวหนังพยายามสอดแทรกศิลปะการต่อสู้อย่างคาราเต้ให้ผสานไปกับการดำเนินชีวิตประจำวัน นั่นก็ทำให้ผู้ชมที่ได้ชมภาพยนตร์นี้เกิดความประทับใจและอยากที่จะเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัวนี้ให้ได้อย่างตัวละครในเรื่องนั่นเอง มาถึงตรงนี้หากท่านใดกำลังสนใจที่จะทำอะไรหรือเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน หรือควรทำอย่างไรดี อยากจะให้ท่านลองหาภาพยนตร์มาดูสักหนึ่งเรื่องเพื่อเรียนรู้และดูพัฒนาการของตัวละคร ซึ่งจุดนี้จะทำให้เรามีกำลังใจในการต่อสู้และเรียนรู้สิ่งต่าง

Continue Reading…

Front_Kickpiccc

8 ท่าเตะที่รุนแรงของคาราเต้ และเทคนิกในการใช้

ศิลปะการต่อสู้ การป้องกันตัวบนโลกของเราก็มีอยู่มากมายหลายแขนงแต่หนึ่งในศิลปะการต่อสู้ที่น่าสนใจก็คือ คาราเต้(karate) ซึ่งเป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลายคนคงคุ้นชินกับภาพติดตาอย่างการต่อสู้ที่มักจะเอามือทุบหิน แต่ตั้งแต่ดั้งเดิมการต่อสู้ของคาราเต้นั้นสามารถใช้ได้ทุกส่วนของร่างกาย แต่ในปัจจุบันตามกฎกติกาเมื่อเป็นกีฬาแล้วก็ใช้ได้เพียงมือ และเท้าเท่านั้น แต่อย่างสำหรับสายบู๊ของเราก็คงจะสนใจว่าท่าที่ต้องใช้เท้าที่รุนแรง และทรงพลังจากกีฬาคาราเต้นี้จะมีอะไรบ้าง ซึ่งในบทความนี้ก็จะมาแนะนำ 8 ท่าเตะที่รุนแรงของคาราเต้ และเทคนิคการใช้กันว่าจะเป็นอย่างไรบ้างไว้ ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาเลย อย่างที่ทราบกันดีว่าหนึ่งในส่วนของร่างกายที่สามารถใช้ได้ในกีฬาคาราเต้คือเท้า แต่ในส่วนของเท้าก็มีตำแหน่งในการเตะ และท่าที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเทคนิคในการใช้เท้าก็จะมีแตกต่างกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บก็จำเป็นจะต้องเรียนรู้ท่าที่ใช้เพื่อความปลอดภัยด้วยเช่นกัน Front Kick เป็นท่าเตะที่ต้องใช้ช่วงเนินเท้าในการเตะ ซึ่งท่านี้ก็สามารถให้ร่วมกับการกระโดด หรือการเตะซ้ำ ๆ ได้ด้วย ถือการเป็นเตะพื้นฐานที่ควรเรียนรู้ไว้ Round Kick เป็นท่าเตะที่ต้องเตะค่อนข้างสูงที่ต้องอาศัยช่วงสะโพกเพื่ออาศัยแรงส่งให้เตะได้สูงขึ้นด้วย Side Kick ว่ากันว่าเป็นท่าเตะที่แรงที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นท่าที่แรงแค่ไหน ก็ต้องอาศัยเวลาในการออกท่าทาง โดยการก้าวเพื่อเตะออกไปอย่างแรง Back Kick เป็นการเตะหมุนตัว ซึ่งก่อนจะหมุนตัวมาเตะก็ต้องสังเกตเป้าหมายก่อนจะทำการกลับหลังเตะ Axe Kick อย่างที่ชื่อของท่าบอกว่าเป็นขวาน ดังนั้นลักษณะการเตะจึงเป็นการเตะเหมือนกับการสับขาขึ้นลงถี่ ๆ Push Kick เป็นท่าที่ใช้ในกรณีที่อยู่ใกล้คู่ต่อสู้มากไปโดยใช้เพื่อผลักตัวให้ห่างจากคู่ต่อสู้นั่นเอง Hook Kick เป็นท่าที่คล้ายกันกับ side kick

Continue Reading…

women_fighting

กระบวนท่าป้องกันตัวเองที่สาวๆน่าจะลองหัด

การป้องกันตัวเป็นศิลปะอีกอย่างหนึ่งที่ส่วนตัวมองว่าน่าจะมีการหัดเอาไว้ด้วยทั้งผู้หญิง และผู้ชาย มันไม่ใช่เรื่องของความรุนแรง แต่มันคืออาวุธที่ดีที่สุดในการป้องกันตัว อย่าลืมว่าหากพกปืน มีด ไม้ สเปรย์พริกไทย หากใช้ไม่เป็นไม่ถูกจังหวะมันจะกลายเป็นการส่งอาวุธให้คนร้ายมากกว่า ยิ่งเดี๋ยวนี้คดีข่มขืนยังเยอะอยู่ การสอนลูกป้องกันตัวด้วยวิธีนี้เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน เราเลยขอมาทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนกระบวนท่าป้องกันตัวเองแบบคาราเต้ให้ลองไปฝึกกัน แบ็ค คิก ท่านี้แปลเป็นภาษาไทยว่า เตะกลับหลัง วิธีการก็ไม่อยากเพียงแค่เราสังเกตเป้าหมายจากด้านหลัง(เวลาศัตรูเข้ามาจะทำร้ายจากด้านหลัง) เมื่อกะระยะดีแล้วก็หมุนตัวหันกลับหลังอย่างเร็ว พร้อมกับวาดขาออกไปเพื่อเตะเป้าหมาย ขาหนึ่งจะเป็นหลัก ท่านี้ความแรงถือว่าใช้ได้เลย แรงหมุนของร่างกายจะทำให้แรงเหวี่ยงขากระทบแรงขึ้น บวกกับการจู่โจมแบบที่คนร้ายไม่ทันได้ตั้งตัว เลยไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อน อาจจะทำให้คนร้ายหมอบตั้งแต่ครั้งแรกเลย ฟร้อนท์ คิก ฟร้อนท์ คิก หรือ เตะด้านหน้า ท่านี้เป็นท่าพื้นฐานสำหรับการเตะเพื่อป้องกันตัวเองที่สาวๆต้องเรียนรู้ไว้ เคล็ดลับของการเตะด้วยท่านี้ก็คือ ต้องเตะให้ไว ใจต้องถึง และเข้าเป้าหมายแบบจุดตายเลย แนะนำว่าหากต้องการจะเตะจริงต้องเตะผ่าหมากเท่านั้น บอกเลยว่าซัดให้เต็มแรง เอาให้เต็มเหนี่ยว รับรองว่ารายไหนรายนั้นหมอบแน่นอน จากนั้นก็วิ่งเลยจ้า พุช คิก ท่านี้หากแปลภาษาบ้านเรา ใช้คำว่า ถีบ จะเข้าใจได้ง่ายมากกว่า วิธีการถีบที่ดีคือการยกเข่าขึ้นมาแล้วยันขาออกไปเพื่อให้ฝ่าเท้ากระแทกคู่ต่อสู้ให้กระเด็นออกไป การถีบนั้นเป็นวิธีป้องกันตัวที่ดีหากโดนผู้ร้ายวิ่งโถมเข้ามาจากด้านหน้ากะจังหวะให้ดีแล้วถีบออกไป แรงบวกจากวิ่งโถมเข้ามารวมกับแรงถีบสะท้อนออกไปหากโดนท้องหรือหน้าอกก็ทำเอาจุกลุกไม่ขึ้นได้เหมือนกัน หากยกขาไม่สูงเราแนะนำว่าถีบที่หน้าขา หรือ หน้าแข้งอีกฝ่ายจะเสียหลักจนล้มได้ ตีเข่า อีกหนึ่งท่าไม้ตายที่เราอยากจะแนะนำให้สาวๆได้ลองฝึกเอาไว้

Continue Reading…

ไทยมุ่งเน้นคาราเต้หวังเหรียญทองเอเชียนเกม

คาราเต้เป็นศิลปะที่มีท่วงท่าอันสวยงามใช้ส่วนขาเป็นอาวุธมีความยืดหยุ่นในประเทศไทยมีการให้ความสนใจกีฬาชนิดนี้พอตัวโดยมทีการส่งเรียนตั้งแต่ยังเด็กเพราะเป็นการออกกำลังกายที่ดีสามารถนำไปใช้ในยามอันตรายได้อย่างดีนอกจากนี้ยังแบ่งเป็นสายหรือระดับอีกด้วย 1.สายแดง 2.สายน้ำตาล 3.สายฟ้า 4.สายเขียว 5.สายเหลือง 6.เริ่มสายขาว เป็นต้น การเก็บตัวของทีมชาติไทยมุ่งเน้นที่จะคว้าเหรียญทองมาให้ได้เพราะสมัยนี้คาราเต้ไทยเป็นกีฬาที่จัดว่ากวาดเหรียญทอง-เงิน มาเกือบทุกครั้งตอนนี้ได้ซุ่มซ้อมมานานกว่า 1 ปีโดยปีนี้จะส่งตัวแทนไปทั้งหมด 8 คนโดยจะคัดคนที่มีประสบการณ์และมีรางวัลจากการแข่งขันต่างๆมาบ้างแล้วโดยมีการ ให้สัมภาษณ์จากนักกีฬารุ่นพี่ว่า”อยากให้คนไทยร่วมเชียร์เพื่อเป็นกำลังใจเพื่อให้นักกีฬามีแรงฮึดสู้”มาดูความคิดของโค๊ชการแข่งขันในครั้งนี้เราต้องเจอกับคู่แข่งที่น่ากลัวฉะนั้นเราต้องวางแผนกลยุทธ,ให้ดีถ้าถามประเทศที่น่ากลัวก็มี ญี่ปุ่น อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย คาซัคสถาน ยังไงเราก็มีโอกาสเข้ารอบชิงอย่างแน่นอนด้วยประสบการณ์ และฝีมือผมเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา คาราเต้มีการใกล้ซ้อมตั้งแต่เด็กทำให้มีการร่างการมีความยืดสูงมีผู้สนใจมากขึ้นทำให้เรามีทางเลือกในการคัดตัวได้หลากหลาย เกร็ดความรู้มีการเข้าใจผิดมาเป็นเวลานานว่า คาราเต้ กับ เทควันโด นั้นเหมือนกันไหมเริ่มด้วยการแต่งกายจะมีการแต่งตัวคล้ายกันตรง คาเต้จะใช้เสือคลุมเหมือนหนังจีนแต่สายจะมัดเหมือนกันส่วนเครื่องป้องกันจะมีแค่เทนคอนโดจะมีแฮดการ์ดป้องกันเหมือนนักมวยสากลและ ชุดป้องกันลำตัวยาวถึงหน้าอกในส่วนเท้าจะใส่นวมทั้ง 2 เพื่อโดยจะมีสีเพื่อแบ่งฝั่งการฝึกซ้อม karate จะเน้นด้านพลังมือใช้พละกำลังมักจะเห็นตาม tv ที่ทุบไม้ อิฐ ส่วนเทคคอนโดจะเน้นการใช้เท้าเป็นหลักมักจะนิยมการแข่งขันต่างๆ ใครที่ชอบแบบไหนก็ดีทั้งคู่ทุกวันนี้ก็เริ่มมีคนสนใจอยากเรียนได้ทั้งความเท่ และร่างกายที่แข็งแรงมีความท้าทายตื่นเต้นทดสอบว่าเราไปได้สูงสุดสายสีไหนหวังว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อทุกคนไม่มากก็น้อยติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่เว็บไซต์เราจะมีข่าวน่าสนใจอัพเรื่อยๆหากท่านกำลังมองกีฬาชนิดนี้เข้ามาหาข้อมูลได้จากเราเพื่อเป็นแนวทางในอนาคต  

คาราเต้ ต้นกำเนิดการต่อสู้มือเปล่า

ศิลปะการต่อสู้นั้น เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลายประเทศมีเป็นแนวทางของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมวยไทยของบ้านเรา หรือ ยูโด ยิวยิตสู เป็นต้น ซึ่งต้นกำเนิดศิลปะการต่อสู้ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนต่างก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจแทบทั้งสิ้น คราวนี้เราไปลองดูกันว่าคาราเต้อีกหนึ่งศิลปะการต่อสู้ของโลกนั้นมีต้นกำเนิดมาได้อย่างไร คาราเต้ อาวุธมือเปล่า สำหรับคาราเต้นั้น จากที่ค้นหามาบอกว่า เป็นศิลปะการต่อสู้ที่ถือกำเนิดขึ้นที่เกาะริวกิว ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปี พ.ศ. 2152 สาเหตุที่ทำให้เกิดศิลปะการต่อสู้นี้ขึ้น เนื่องจากว่ารัฐบาลได้มีการสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนพกพาอาวุธ(เนื่องจากกลัวว่าประชาชนจะก่อการกบฏ กับเหตุผลทางด้านการเมือง) ทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจ พวกเค้าต้องการอาวุธเพื่อปกป้องตัวเอง นั่นเลยเป็นที่มาของการสร้างศิลปะการต่อสู้แบบมือเปล่าหรือคาราเต้ขึ้นมา เรียนรู้และพัฒนาศิลปะการต่อสู้ แม้ว่าจะมีการสร้างแนวทางของตัวเองขึ้นมาแล้ว แต่ทางเกาะโอกินาวาเองก็ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญที่ทำให้การต่อสู้มือเปล่าสาขานี้พัฒนาขึ้นมา นั่นคือการที่เกาะโอกินาวากลายเป็นที่ซื้อขาย ขนส่งสินค้าระหว่างญี่ปุ่นกับจีน นั่นทำให้พวกเค้าได้รับอิทธิพลวิชาการต่อสู้จากจีนที่มีชื่อว่า เคมโป มาด้วย เลยทำให้มีการนำเคมโปมาผสมผสานกับของเดิมที่มีอยู่แล้วจนทำให้ คาราเต้ กลายเป็นเรื่องที่ดีขึ้น เป็นที่นิยมมากขึ้น จากเกาะไปสู่ระดับประเทศ สำหรับบิดาของวงการคาราเต้ญี่ปุ่น นั่นคือ ฟูนาโกชิ กิชิน ท่านนี้ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญของการเผยแพร่คาราเต้เลยทีเดียว เรื่องราวของท่านเริ่มต้นศึกษาคาราเต้ตั้งแต่อายุ 12 ปี ท่านได้ศึกษากับอาจารย์คาราเต้ที่เก่งมาก 2 ท่าน นั่นทำให้ท่านแตกฉานในศิลปะการต่อสู้แขนงนี้อย่างเต็มที่ จากนั้นก็ได้ไปเผยแพร่หลากหลายที่ เหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญคือการได้ไปแสดงคาราเต้ที่งานแสดงด้านวิชาพละศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่น นั่นทำให้ คาราเต้ กลายเป็นที่สนใจของชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก รวมถึงท่านได้กลายเป็นอาจารย์ด้านคาราเต้มีลูกศิษย์เยอะแยะมากมายทั่วญี่ปุ่น

Continue Reading…

คาราเต้มีกี่สำนักในทั่วโลก

ศิลปะการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นแขนงไหนก็ตาม เป็นธรรมดาที่จะมีคนคิดแตกยอดออกไปจากตำราดั้งเดิม อย่างคาราเต้เองแม้ว่าภายนอกจะเหมือนกัน แต่ก็มีแยกย่อยออกไปอีกหลายแขนงหลายสำนัก ขึ้นอยู่กับแนวคิดของแต่ละคน คาราเต้ เองก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน ศิลปการต่อสู้แขนงนี้แบ่งออกเป็นหลายสายด้วยกัน คาราเต้แบ่งออกเป็นกี่สาย สำหรับวงการคาราเต้ หากจะนับรวมทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็น 5 สายหลักด้วยกันคือ โชโตกัน , โกจูริว, ชิโตริว, วาโดริว และ เคียวคุชินไค แต่ละสายก็มีความโดดเด่นในรูปแบบของตัวเองแตกต่างกันไป ส่วนในบ้านเรามีการนำเข้ามาเพียงแค่ 2 สายคือ สายโชโตกัน และ สายโกจูริว คาราเต้สายโชโตกัน คาราเต้สายโชโตกัน เป็นสายหนึ่งที่เข้ามาในบ้านเรา สายนี้มีประวัติบันทึกไว้คร่าวว่าๆเริ่มต้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ที่หมู่เกาะริวกิว ตอนนั้นได้มีการแลกขายเปลี่ยนสินค้ากับจีน นั่นทำให้วัฒนธรรมต่างๆถูกแพร่หลายเข้ามาด้วย หนึ่งในนั้นคือกังฟูของจีนมาที่เกาะ แล้วก็ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นศิลปะป้องกันตัวของเกาะริวกิวหรือเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้นั่นเอง จากนั้นก็มีการพัฒนาเผยแพร่เรื่อยมาทั้งในและต่างประเทศ จนมาถึงบ้านเราเริ่มเข้ามาในปี 2506-2507ตอนนั้นได้มีโอกาสแสดงสาธิตคาราเต้ต่อหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฏราชกุมารอีกด้วย แล้วก็ก่อตั้งชมรม สมาคม จนถึงจัดแข่งขันคาราเต้ในระดับต่างๆเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน อย่างเช่นการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ การแข่งซีเกมส์ การแข่งเอเชียนเกมส์ เป็นต้น คาราเต้สายโกจูริว ส่วนคาราเต้อีกสายหนึ่งมีชื่อว่า สายโกจูริว ประวัติความเป็นมาต้องเริ่มจากปรมาจารย์ของสายนี้อย่างท่านอาจารย์มิยากิ โชจุน ไปเป็นลูกศิษย์เพื่อฝึกวิชาการต่อสู้ที่มีชื่อว่า นาฮาเต้

Continue Reading…

คาราเต้ เค้าแบ่งระดับกันอย่างไร

พูดถึงศิลปะการต่อสู้แล้วหากไม่นับมวยไทยในบ้านเราก็คงจะรู้จักแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นยูโด เทควันโด คาราเต้เป็นต้น ซึ่งศิลปะการต่อสู้เหล่านั้นสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันคือ พวกเค้าจะมีการแบ่งระดับขั้นเอาไว้ด้วยเพื่อให้รู้ว่าตัวเองอยู่ระดับไหน โดยจะแบ่งตามสีของผ้าคาดเอว ซึ่งส่วนใหญ่เราจะคุ้นชินกับสีดำเท่านั้นแต่จริงๆแล้วไม่ได้มีแค่สีดำเท่านั้นนะ รู้ไหม คาราเต้ แบ่งระดับกันอย่างไร การฝึกฝนคาราเต้ จะมีการแบ่งระดับการศึกษา การฝึกฝนของคนคนนั้นด้วย ซึ่งพวกเค้าจะแบ่งระดับกันจากสายคาดเอว ซึ่งเรียกกันในภาษาพวกเค้าเองว่า คิว โดยแต่ละคิวก็จะมีสีแตกต่างกันไป ซึ่งหากเป็นคาราเต้ในบ้านเราได้มีการจัดมาตรฐานระดับสายคาดเอวไว้สองสาย หนึ่ง สายโชโตกันคาราเต้จะเป็นดังนี้ 10-8 คิว ใช้สายคาดเอวสีขาว 7-6 คิว สายคาดเอวสีเหลือง 5 คิว สายคาดเอวสีเขียว 4 คิว สายคาดเอวสีฟ้า 3-2 คิว สายคาดเอวสีน้ำตาล 1 คิว สายคาดเอวสีดำ (แล้วในสายคาดสีดำก็จะมีระดับแบ่งออกไปอีกเรียกว่าดั้ง) สองการแบ่งระดับสายคาดเอวของสมาคมคาราเต้โดโกจูไก(ประเทศไทย) 10 คิว สายคาดเอวขาวปลายเหลือง 9 คิว สายคาดเอวสีเหลือง 8 คิวสายคาดเอวสีเหลืองปลายเขียว 7 คิว สายคาดเอวสีเขียว 6 คิว สายคาดเอวสีเขียวปลายฟ้า

Continue Reading…

ปุ้ย ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา นักเหรียญทองสาวทีมชาติไทย

  ประเทศไทยมีนักกีฬามากมายไม่ว่าจะเป็นกีฬา มวยไทย ว่ายน้ำ ฟุตบอล วิ่ง คาราเต้ ซึ่งปุ้ย ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา นักเหรียญทองสาวทีมชาติไทย คาราเต้ ซึ่งในตอนนี้นั้นก็ถือได้ว่าเป็นนักเตะสาวที่มีพาชัยไปคว้าเรียนทองคนต้นแรกๆ ของประเทศไทยเลยก็ได้ ซึ่งนักข่าวก็เคยได้ลองสัมภาษณ์ ปุ้ย ญาณิศา เกี่ยวกับเทคนิค ต่างๆ ที่คว้าชัยชนะคู่ต่อสู้โวยเทคนิคอะไรมั่ง เทคนิคการใช้กำปั้น การใช้กำปั้นนั้นถือได้ว่าเป็นการจัดการคู่ต่อสู้ที่ได้รวดเร็วเพราะว่าเป็นอาวุธที่ใกล้ตัวที่ท่านสามารถใช้สิ่งที่แข็งแรงของร่างกายกำจัดคู่ตัวสามารถทำให้น็อคได้เช่นกัน เทคนิคการใช้เท้า เท้าถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่นักคาราเต้เพราะว่าเป็นอาวุธที่ไกลและมีพลังทำร้ายสูงสามารถเตะแล้วทำให้คู้ต่อสู้น็อคได้เลยถือว่าเป็นสุดยอดอาวุธระยะไกลได้เลย เทคนิคการใช้สันมือ การใช้สันมือนั้นเราจะเห็นกันได้อย่างบ่อยมากในหลักสูตรของวิชาคาราเต้เพราะว่ามักจะเอามาโชว์กันอย่างมากเพราะว่าการเรียนคาราเต้นั้นสันมือนั้นถือว่าสามารถกำจัดคู่ต่อสู้ได้เพียงได้การลงสันมือเพียง 1 ครั้งเท่านั้น เทคนิคการใช้นิ้ว นิ้วนั้นเราก็สามารถใช้ในการต่อสู้ได้เช่นกันถ้าหากเราจะพูดนั้นเราจะเห็นบ่อยในหนังหรือละครเพราะว่าจะใช้หลักการต่อสู้แบบคาราเต้เข้าผสมผสานด้วยกันเนื่องจากเป็นวิ่งที่เล็กและเร็วมากหากจัดการคู่ต่อสู้แล้วเข้าจุดตายก็สามารถกำจัดคู่ต่อสู้ได้เลย เทคนิคการใช้ศอก ศอกถือเป็นอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในกระบวนท่าจัดการคาราเต้เพราะว่าสามารถปิดชีวิตคู่ต่อสู้ได้เลยถ้าหาถูกจุดตายดังนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับอาวุธศิลปะการต่อสู้ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อเป็นการรับคู่ต่อสู้วงใน

คาราเต้กฎของการฝึกศิลปะประเทศญี่ปุ่น

  ศิลปะการต่อสู้มีอยู่ด้วยกันหลายแบบหลายแขนงแล้วแต่ประเทศ ซึ่งประเทศไทยก็มีอยู่ด้วยกันชนิดที่เป็นศิลปะการต่อสู้ได้แก่ มวยไทย แต่ที่เราจะพูดกันในวันนี้ก็คือศิลปะการป้องกันตัวของประเทศญี่ปุ่นก็คือ คาราเต้ เป็นศิลปะที่ใช้ กำปั้น เท้า สันมือ นิ้ว ศอก สามารถใช้เป็นการต่อสู่ในคาราเต้ได้เช่นกันแต่รู้หรือไม่ว่า คาราเต้กฎของการฝึกศิลปะประเทศญี่ปุ่น โดยจะแบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ เซนเซ  แล้วก็ เซมไป เซนเซ เซนเซ หรือที่คนรู้จักกันในคำว่า อาจารย์ ต้องบอกก่อนเลยว่าอาจารย์คาราเต้นั้นเป็นที่เขาเคารพนับถือสูงสุดของหลักสูตรการต่อสู้ซึ่งชาวญี่ปุ่นนั้นมีความเชื่อว่าคนที่สอนเป็นเหมือนคนที่ให้ความรู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา ที่เรานั้นไม่สามารถจะดูหมิ่นหรือลบหลู่ได้ ถ้าหากใครดูหมิ่นหรือลบหลู่อาจารย์นั้นจะถือว่า ไม่มีความเคารพนับถือและจะไม่รับการเรียนการสอนอีกต่อไป เซมไป เซมไป หรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่า รุ่นพี่ ซึ่งในวิชาศิลปะการต่อสู้รองมาจากเซนเซนั่นก็คือเซมไปรุ่นพี่ถือว่าเป็นคนที่มอนรองลงมาจากอาจารย์ที่สามารถมาอบรมเด็กนักเรียนวิชาศิลปะคาราเต้ซึ่งคนที่จะสอนคนที่มาเรียนคาราเต้ได้นั้นต้องได้รับการการันตีจากเซนเซก่อนว่าสามารถสอนได้กับอาจารย์มาสอน โดยวิชาคาราเต้นั้นถือได้ว่าเป็นที่สุดของศิลปะการต่อสู้ของประเทศญี่ปุ่นในด้านศิลปะอาวุธมือเปล่าที่สุดยอดเหมือนกับมวยไทยของประเทศไทยเราเลยก็ว่าได้ถ้าหากนำมาเทียบกันแล้วก็มีหลักการต่อสู้ที่คล้ายๆ กันในบางท่า และทุกวันนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายๆ ประเทศไม่ว่าจะเป็นทักษะทางด้านไหนก็ได้รับความนิยมเช่นกันซึ่งในตอนนี้ก็ถือได้ว่า เด็ก ผู้หญิงหรือผู้ก็เข้ามาเรียนหลักสูตรศิลปะการป้องกันการต่อสู้คาราเต้